ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

1 ตุลาคม ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Thérèse of the Child Jesus, Virgin & Doctor, memorial)

1 ตุลาคม

ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู

พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

(St Thérèse of the Child Jesus, Virgin & Doctor, memorial)

*******************************************

มารี ฟร็องซัวส์ เทแรส (Marie Francoise Thérèse) เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1873  เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนทั้งหมด 9 คน   จากครอบครัวที่ศรัทธาแห่งอะลังซอง (Alencon)  ประเทศฝรั่งเศส  ทั้งคุณพ่อ Louis และคุณแม่ Zelie  Martin ของท่านนักบุญเคยคิดที่จะเจริญชีวิตเป็นนักบวชมาก่อน  แต่พระเจ้าทรงทดแทนให้ท่านทั้งสองโดยรับลูกๆของพวกท่านถึง 5 คนให้ได้ไปเป็นนักบวช  หนูน้อยเทเรซาตั้งแต่อายุ 9 ขวบเป็นต้นมาได้พยายามตามบรรดาพี่ๆของเธอไปที่อารามคณะคาร์เมไลท์ไม่สวมรองเท้าที่เมือง ลีซีเออซ์ (Lisieux)  ขณะที่เธอมีอายุได้ 14 ปี  พระสังฆราชก็ยังพิจารณาเห็นว่าเธอยังเด็กไปที่จะเข้าอาราม  ดังนั้นในปีศักดิ์สิทธิ์เธอได้เดินทางไปที่กรุงโรม และได้ร้องขอเป็นการส่วนตัวต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 13  ให้อนุมัติแก่เธอเป็นพิเศษเพื่อจะได้เข้าอาราม  ในที่สุด ท่านก็ได้รับการต้อนรับให้เข้าอารามได้จาก Mother Prioress  ในขณะที่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

 

ซิสเตอร์เทเรซา แห่งพระกุมารเยซู  ซึ่งใครๆก็เรียกเธอด้วยชื่อนี้  ได้รับคำชื่นชมโดยเห็นได้ชัดว่าเป็นผลิตผลแห่งพระหรรษทาน  เธอได้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและรวดเร็วในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์  จนกระทั่งเมื่ออายุ 22 ปีก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนวกจารย์  - ความซื่อแบบเด็กๆ  ความสุภาพที่ปรากฏออกมาภายนอก  การเสียสละอุทิศตนอย่างสม่ำเสมอ  และความรักต่อพระเจ้าอย่างไม่มีขอบเขต  รวมถึงความไว้วางใจในพระองค์โดยสิ้นเชิง  สิ่งเหล่านี้คือคุณธรรมที่โดดเด่นในชีวิตของเธอ  "ไม่มีใครจะวอนขอมากเกินไปจากพระเจ้า  ผู้ทรงฤทธานุภาพและทรงเมตตาสงสาร  เขาจะได้รับจากพระองค์จริงๆตามสัดส่วนของความไว้วางใจที่เขามีต่อพระองค์"  แต่โดยผ่านทาง "หนทางเล็กๆ" (Little Way) ของเธอ  ในการกระทำหน้าที่เล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันอย่างครบครันด้วยความรักต่อพระเจ้า  ก็ได้กลายเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจสำหรับคนธรรมดาอย่างมากมายนับไม่ถ้วน  ซึ่งเธอได้เปิดเผยในหนังสืออัตชีวประวัติที่มีชื่อเสียงของเธอที่ชื่อว่า  "เรื่องเล่าของวิญญาณดวงหนึ่ง" (The Story of a Soul)  ซึ่งเธอได้เขียนเพราะความนบนอบ  "อย่าทำตนให้เด่นในทุกสิ่ง  อย่าบ่นว่า  อย่าบอกว่าตนไม่สบาย  จงแสดงความเป็นมิตรอย่างพิเศษกับคนเหล่านั้นที่ใจจืดใจดำกับเรา  จงให้คำตอบอย่างหลักแหลมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ"  - เหล่านี้คือ สิ่งที่เธอปฏิบัติจริง

 

ในช่วงระยะเวลาเก้าปีครึ่งในการใช้ชีวิตอยู่ในอารามเธอไม่ได้ทำตัวโดดเด่น  แต่กลับวางตัวเป็นธรรมชาติมากจนว่าเธอสามารถผ่านเวลานี้ไปโดยไม่เป็นที่สังเกต  สิ่งที่เธอตั้งใจทำเป็นพิเศษ  คือเธอรู้สึกว่าจะต้องช่วยบรรดาพระสงฆ์และบรรดามิชชันนารีของพระศาสนจักร  ดังนั้น เธอจึงสวดภาวนาและทำพลีกรรมเพื่อพวกเขา  และหลังจากการตายต่อตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ (เธอเคยใฝ่ฝันจะเป็นมรณสักขีตั้งแต่วัยเด็ก)   เธอได้มอบถวายตนด้วยความอ่อนหวานและความอดทนขั้นวีรกรรม ให้เป็นเสมือนเชลยของความรักเปี่ยมเมตตาของพระเจ้า  เธอได้สิ้นชีพเพราะวัณโรคเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.1897 เมื่อมีอายุ 24 ปี  "มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำเมื่อเราอยู่ในโลกข้างล่างนี้  คือรักพระเยซูเจ้า  และช่วยวิญญาณต่างๆ ให้รอด  เพื่อพระองค์จะทรงได้รับความรักมากขึ้น"

 

ได้รับแต่งตั้งเป็นบุญราศี ในปี ค.ศ. 1923  และได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1925  โดยพระสันตะปาปาปีโอที่ 11  ชื่อของท่านนักบุญที่ว่า "ดอกไม้น้อยๆ" (the Little Flower) กลายเป็นชื่อที่คนรู้จักกันอย่างกว้างขวาง  ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของบรรดานักบิน  ของประเทศรัสเซีย  และพร้อมกับนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ ของประเทศมิสซังทั้งหลาย  และท่านยังได้รับการประกาศเป็นนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรในปี ค.ศ.1997 โดย นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2  พระสันตะปาปา

 

(ถอดความโดย คุณพ่อวิชา  หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day

เขียนโดย A.J.M. Mausolfe  และ J.K. Mausolfe)

 










นักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู

ช่วยวิงวอนเทอญ.

*****************************************

 


วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

 29 กันยายน

ฉลองอัครทูตสวรรค์ มีคาเอล กาเบรียล และ ราฟาเอล

(The Holy Archangels Michael, Gabriel and Raphael, feast)

**************************************











 วันนี้ พระศาสนจักรเฉลิมฉลองความสำคัญ และความหมายที่แฝงอยู่ของแต่ละอัครทูตสวรรค์ทั้งสามที่มีชื่ออยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล กล่าวคือ อัครทูตสวรรค์ มีคาเอล  กาเบรียล  และ ราฟาเอล แต่ละท่านต่างมีภารกิจแตกต่างกัน : มีคาเอล - ผู้ปกป้อง  กาเบรียล - ผู้ประกาศหรือแจ้งข่าว  และราฟาเอล - ผู้นำทาง

 1. อัครทูตสวรรค์ มีคาเอล

  ชื่อมีคาเอลในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า "ใครเล่าเหมือนพระเจ้า" ซึ่งเป็นเสียงร้องกึกก้องในสงครามของบรรดาทูตสวรรค์ที่ดีขณะขับไล่ซาตานจากสวรรค์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ชี้ให้เห็นว่าท่านเป็นผู้ปกป้องและปลอบประโลมใจชนชาติที่ได้รับเลือกสรรซึ่งกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับจากดินแดนเปอร์เซียถิ่นเนรเทศ และเป็นผู้ค้ำประกันถึงชัยชนะของมัคคาบี คริสตชนสมัยแรกๆ มอบความไว้วางใจให้อัครทูตสวรรค์มีคาเอลช่วยเยียวยาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ทุกคนที่ได้อาบน้ำในบ่อน้ำพุแห่งการรักษาของท่านที่อยู่ใกล้กับโคลอสเซียม พร้อมกับร้องขานชื่อของท่านและพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ จะได้รับการเยียวยาให้หาย และที่ใกล้ๆกรุงคอนสแตนติโนเปิล คนป่วยได้เคยใช้เวลาอยู่ในวัดของท่านตลอดทั้งคืนด้วยความหวังจะได้รับการรักษา ธรรมประเพณีของคาทอลิกมอบตำแหน่งนี้ให้ท่านเป็น "เจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่" (great prince) ในหน้าที่ 4 อย่างด้วยกัน กล่าวคือ (1) ในการต่อสู้กับซาตาน (2) ช่วยวิญญาณของสัตบุรุษให้รอดโดยเฉพาะเมื่อเวลาจะตาย (3) เป็นองค์อุปถัมภ์พิเศษของพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ (4) และเป็นผู้นำวิญญาณของมนุษย์ทั้งหลายไปสู่การพิพากษาตัดสิน

  ที่เลือกให้เป็นวันที่ 29 กันยายน อาจเป็นเพราะว่าเป็นวันที่บาสิลิกาแบบโรมันโบราณที่อุทิศให้แก่ "อัครทูตสวรรค์มีคาเอลและทูตสวรรค์ทั้งมวล" ที่ Gargano ในประเทศอิตาลี ได้รับการเสกในสมัยศตวรรษที่ 6 แต่สิ่งปลูกสร้างนั้นได้สูญหายไปมากกว่าหนึ่งพันปีแล้ว อัครทูตสวรรค์มีคาเอล เป็นองค์อุปถัมภ์ของบรรดาผู้ขายของชำ และเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องสถานที่เป็นภูเขาทั้งหมด ท่านยังได้รับความนับถือเป็นพิเศษว่าเป็นทูตสวรรค์ที่พิทักษ์ปกป้องพระสันตะปาปา และตามที่นักบุญยูโทรปีอุส (St. Eutropius) ว่าไว้ เป็นผู้พิทักษ์ปกป้องศีลมหาสนิทด้วย

  

2. อัครทูตสวรรค์ กาเบรียล

  ชื่อ กาเบรียล ในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า "พลังอำนาจของพระเจ้า" หรือ "วีรบุรุษของพระเจ้า" ท่านเป็นหนึ่งในเจ็ดทูตสวรรค์ผู้ "เฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า" และดูเหมือนเป็นพิเศษว่าท่านเป็นผู้ส่งข่าวประเภทข่าวดีหรือข่าวที่ช่วยบรรเทาใจ ดังเช่น ตามที่เราอ่านพบจากหนังสือของดาเนียล (บทที่ 8) ว่าเป็นอัครทูตสวรรค์กาเบรียลผู้ได้อธิบายภาพนิมิตเรื่องแกะเพศผู้และทำนายล่วงหน้าถึงการล่มสลายของอาณาจักรเปอร์เซียในเงื้อมมือของอเล็กซานเดอร์มหาราช(กรีก)  ในบทต่อไปจากนี้บันทึกคำทำนายของท่านเกี่ยวข้องกับการเสด็จมาของพระคริสต์ [ผู้รับเจิม = เมสสิยาห์ (ฮีบรู)] หลังจากเจ็ดสิบสัปดาห์ในอนาคต   ในพันธสัญญาใหม่เราได้รับการบอกเล่าเรื่องที่ท่านได้ปรากฏตนแก่เศคาริยาห์ในพระวิหาร และได้ประกาศแก่เศคาริยาห์ถึงบุตรที่จะเกิดมา คือ นักบุญ ยอห์น บัปติสต์ แต่เหนืออื่นใดท่านเป็นที่รู้จักกันในฐานะ "ทูตสวรรค์ผู้แจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้า" เป็นท่านที่เป็นผู้แจ้งให้พระนางมารีย์ทราบว่าทรงได้รับเลือกให้เป็นพระมารดาของพระวจนาตถ์ผู้จะเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์

  ตามธรรมประเพณียิว กาเบรียลถูกนับถือว่าเป็นทูตสวรรค์ของการพิพากษาตัดสิน  ดังเช่นที่เมืองโสดม และเป็นผู้ต่อต้านกองทัพของเซ็นนาเคริบ (Sennacherib) และเป็นท่านเองที่จะเป็นผู้ทำเครื่องหมายที่หน้าผากของบรรดาผู้ที่ได้รับเลือก

  ส่วนธรรมประเพณีของคริสตชนยังเชื่อกันหรือมอบหน้าที่นี้ให้ทูตสวรรค์กาเบรียลเป็นผู้แจ้งข่าวแก่บรรดาชุมพาบาลที่เบธเลเฮม และแจ้งแก่โยเซฟในฝันให้พาครอบครัวศักดิ์สิทธิ์หนีไปอียิปต์ และเชื่อกันว่าเป็นท่านนี่เองที่มาให้กำลังใจที่เข้มแข็งกับพระเยซูเจ้าในสวนมะกอกในคืนที่ทรงถูกทรยศ

 

 ในปี ค.ศ. 1951 พระสันตะปาปาปีโอ 12 ได้ประกาศให้ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของสื่อมวลชนทุกแขนง โดยเฉพาะ โทรทัศน์

3. อัครทูตสวรรค์ ราฟาเอล

 ชื่อราฟาเอลของภาษาฮีบรูหมายความว่า "พระเจ้าได้ทรงรักษาเยียวยา" ตามที่ท่านเองเป็นพยานแก่โทบียาห์ และท่านก็เป็นหนึ่งในเจ็ดทูตสวรรค์ผู้เฝ้าอยู่เสมอต่อหน้าพระบัลลังก์ขององค์พระผู้ทรงสรรพานุภาพ ในพันธสัญญาเดิมมีบันทึกไว้ว่าท่านได้รักษาตาที่บอดของโทบิตให้หายได้อย่างไร และได้นำทางบุตรชายของท่านคือโทบียาห์ไปยังแคว้นมีเดีย อัครทูตสวรรค์ราฟาเอลจึงได้รับความนับถือว่าเป็นองค์อุปถัมภ์ของผู้เดินทาง ของเยาวชน และเด็กไร้เดียงสา

 ในช่วงเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศพระวรสาร ผู้คนในขณะนั้นยังเชื่อและยกให้ว่าเป็นอัครทูตสวรรค์ราฟาเอลนี่เองที่ลงมาในสระเบเธสดา (เทียบ ยน 5:1-9) และทำให้น้ำกระเพื่อม ผู้ที่ลงไปในสระคนแรกหลังจากการกระเพื่อมนี้ ก็จะหายจากโรคทุกชนิดที่เขาเป็นอยู่

  พระศาสนจักรตะวันออกให้เกียรติอัครทูตสวรรค์ราฟาเอลมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1000 แต่จารีตพิธีของท่านเพิ่งถูกผนวกเข้ามาในปฏิทินสากลของพระศาสนจักรโดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ 15 ในปี ค.ศ. 1921 นี่เอง

 

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา  หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ  J.K. Mausolfe)



*******************************************



วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

นักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล (ค.ศ.1581-1660) ระลึกถึงวันที่ 27 กันยายน

 

นักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล (ค.ศ.1581-1660)

ระลึกถึงวันที่ 27 กันยายน






ในศตวรรษที่ 16 พระศาสนจักรในประเทศฝรั่งเศสกำลังอยู่ในสภาพไม่สู้ปกติเท่าใดนัก เพราะได้มีรูปแบบที่กำกวมของบุคคลบางประเภทในพระศาสนจักรเองอันทำให้สถานการณ์ในพระศาสนจักรทรุดหนัก เพราะไปสนใจในเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองและเป็นผู้ที่มีลับลมคมใน ทว่าในเวลาเดียวกันก็ได้มีพระสงฆ์บางองค์ที่มีใจร้อนรนที่ได้พยายามทำให้เป็น โฉมหน้าที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า โดยเชื่อแต่พระวรสาร นักบุญวินเซนต์ เดอ ปอล ก็เป็นพวกหลังนี้แหละ

นักบุญ วินเซนต์ เดอ ปอล เกิดจากครอบครัวชาวนาแห่งเมืองปุยในแถบเทือกเขาพีเรนีส ท่านได้เป็นสงฆ์เมื่ออายุเพียง 19 ปีเท่านั้น การทดลองและความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่ท่านได้รับในชีวิตรวมทั้งตัวอย่างชีวิตของคาร์ดินัล เดอ เบรุลเลอ และของนักบุญฟรังซิส เดอซาลส์ ก็ได้มีอิทธิพลทำให้ท่านได้หันกลับมาหาพระคริสตเจ้าทั้งกายและใจ

ท่านได้เป็นคุณพ่อเจ้าวัดที่คลิซี ในกรุงปารีส และได้เป็นพระสงฆ์มีหน้าที่ดูแลพวกทาส ทั้งได้เป็นผู้อำนวยการขององค์การแห่งกิจเมตตาต่างๆ ในกรุงปารีสอีกหลายๆ องค์การ อันทำให้ท่านได้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในราชสำนักด้วย ท่านได้ตั้งกลุ่มสตรีและกลุ่มสัตบุรุษ ( คนที่มีสกุลด้วย ) ให้ทำการช่วยเหลือคนยากจน ท่านได้รับประกันที่จะช่วยเหลือพวกคนจน พวกทาส พวกนักโทษ และพวกที่น่าสงสาร ด้วยการที่ท่านได้พยายามขจัดพวกขี้เกียจทำงานแล้วมานั่งขอทาน โดยพยายามหางานให้พวกเขาทำ ท่านได้ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความอดอยาก และโรคติดต่ออันมีสาเหตุมาจากสงคราม

ความรักเมตตาของนักบุญ วินเซนต์ เดอ ปอล แผ่ขยายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง งานที่เด่นของท่าน 2 ชิ้น ซึ่งเป็นเกียรติแก่ท่านเองคือ ความมีใจร้อนรนของท่านต่องานแพร่ธรรมท่ามกลางคนบ้านนอกในสมัยของท่าน โดยได้ตั้งคณะ “พระสงฆ์แพร่ธรรม” ( Lazaristi ) สำหรับการนี้โดยเฉพาะ คือสำหรับจะสร้างพระสงฆ์ตามหมู่บ้านต่างๆ และงานอีกชึ้นหนึ่งก็คือความเอาใจใส่เป็นห่วงที่จะพยายามยกฐานะของชนชั้นกรรมาชีพในเมืองหลวงให้สูงขึ้น โดยได้ตั้งคณะ “ธิดาแห่งความรัก” อาศัยความร่วมมือของนักบุญ ลุยซา เดอ มารีลลัค

ในศตวรรษที่ 16 ประเทศฝรั่งเศสจึงได้แลเห็นคน ๆ หนึ่งที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนที่อ่อนโยนน่ารักอยู่เสมอ มีความศรัทธาแกร่งกล้า โดยอาศัยแบบอย่างของท่านนี้เองที่เป็นแรงดลใจให้เกิดองค์การต่างๆ เหล่านี้ มี “สมาคมนักบุญ วินเซนต์ เดอปอล” ชึ่งตั้งขึ้นโดยอาศัยการริเริ่มของเฟรเดอ โอซานัม ( 1813 - 1853 ) ชายหนุ่มอายุ 20 ปี สมาคมนี้จะมีหน้าที่เอาใจใส่ไปเยี่ยมและช่วยเหลือคนจนถึงที่บ้าน

คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยเราให้เป็น “เพื่อนบ้าน” กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย เถิด

2. ความรักเมตตาจะเป็นความจริงก็ต่อเมื่อผลักดันให้เราทำความดีให้กับผู้อื่น

3. ขอให้เราสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้เสมอ เมื่อเขามีความต้องการ

4. ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดช่วยเหลือทุกคนที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเถิด

 

ข้อมูลจากเวปไซด์สังฆมณฑลจันทบุรี

 

 

 

พระวาจาของพระเจ้า

บทอ่านที่ 1       โยบ 3:1-3,11-17,20-23

1 ต่อมา โยบอ้าปากสาปแช่งวันเกิดของตน 2 โยบเริ่มพูดว่า

 3 “วันที่ข้าเกิดมาจงพินาศเถิด

ทั้งคืนที่มีคนพูดว่า

เด็กชายคนหนึ่งปฏิสนธิ์แล้ว1

ก็จงพินาศด้วย

11 ทำไมข้าจึงไม่ตายเสียตั้งแต่ในครรภ์

ทำไมข้าจึงไม่ขาดใจเมื่อออกมาจากครรภ์มารดา

 12 ทำไมผู้คนจึงรับข้าไว้บนเข่า

ทำไมจึงมีหัวนมให้ข้าดูด

 13 มิฉะนั้นแล้ว บัดนี้ข้าคงนอนสงบ

ข้าคงหลับ และพักผ่อนในสันติ

 14 กับบรรดากษัตริย์และผู้ปกครองแผ่นดิน

ผู้ได้สร้างอนุสาวรีย์ที่ฝังศพสำหรับตน6  

 15 หรือกับเจ้านายที่มีทองคำ

และสะสมเงินไว้เต็มที่ฝังศพของตน7  

 16 ข้าคงจะไม่มีความเป็นอยู่เหมือนลูกที่แท้งและถูกซ่อนไว้

เหมือนทารกซึ่งไม่เคยเห็นแสงสว่าง

 17 ที่นั่น8 คนชั่วร้ายหยุดดิ้นรน

ที่นั่นผู้ที่หมดกำลังได้พักผ่อน

20 ทำไมผู้ที่ทนทุกข์จึงได้รับแสงสว่าง

ผู้ที่มีใจขมขื่นจึงได้รับชีวิต

 21 เขาคอยความตาย แต่ความตายก็ไม่มา

เขาแสวงหาความตายมากกว่าขุดหาทรัพย์สมบัติที่ซ่อนอยู่

 22 เขายินดีอย่างยิ่ง9

และชื่นชมเมื่อพบหลุมฝังศพ

 23 ทำไมจึงประทานความสว่างแก่ผู้ที่ไม่มีวันจะเห็นหนทางของตน

และแก่ผู้ที่พระเจ้าทรงกั้นไว้ทุกด้าน

 

 

พระวรสาร       ลก 9:51-56

51 เวลาที่พระเยซูเจ้าจะต้องทรงจากโลกนี้ไป13 ใกล้เข้ามาแล้ว พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่จะเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม 52 และทรงส่งผู้นำสารไปล่วงหน้า คนเหล่านี้ออกเดินทางและเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของชาวสะมาเรียเพื่อเตรียมรับเสด็จพระองค์ 53 แต่ประชาชนที่นั่นไม่ยอมรับเสด็จเพราะพระองค์กำลังเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม 54 เมื่อยากอบและยอห์นศิษย์ของพระองค์เห็นดังนี้ก็ทูลพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ทรงพระประสงค์ให้เราเรียกไฟจากฟ้าลงมาเผาผลาญคนเหล่านี้หรือไม่ดังที่ประกาศกเอลียาห์ได้กระทำ 55 พระเยซูเจ้าทรงหันไปตำหนิศิษย์ทั้งสองคนทรงตำหนิว่า “ท่านไม่ทราบว่าจิตใจของท่านทำด้วยอะไร บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น”  56 แล้วทรงพระดำเนินต่อไปยังหมู่บ้านอื่นพร้อมกับบรรดาศิษย์

 

Ë

ขอพระเจ้าอวยพร

**************************

 

  

 

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2022 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา ปี C

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม  2022  สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา ปี C อาทิตย์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา   ข่าวดี   ลูกา 19:1-10           (1)พระเยซู...