13 กันยายน 2022
ระลึกถึง น.ยอห์น คริโซสตม พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
**************************
|
นักบุญยอห์น คริซอสโตม (ค.ศ.347-407) ระลึกถึงวันที่ 13 กันยายน |
นักบุญ อันตูซา
มารดาของยอห์น เป็นแม่หม้ายตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึงกระนั้นนางก็ได้พยายามให้การอบรมยอห์นอย่างน่าพิศวงเลยทีเดียว ดังที่เราสามารถแลเห็นได้จากการเจริญชีวิตของท่านนักบุญเอง
คือในระยะแรกๆที่อยู่บ้าน ยอห์นได้เจริญชีวิตแบบนักบวช
แต่ว่าในขณะเดียวกันก็พยายามศึกษาหาความรู้ทางโลกเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ
ต่อมาท่านได้หนีขึ้นไปเจริญชีวิตแบบสันโดษ อยู่บนภูเขาเป็นเวลาหลายปีด้วยกัน
แต่เนื่องจากว่าสุขภาพของท่านไม่สู้จะแข็งแรงนัก
ท่านจึงต้องกลับมาที่เมืองอันติโอ๊กอีก
ยอห์นได้บวชเป็นพระสงฆ์เมื่ออายุได้
32 ปี
และได้กลายเป็นมือขวาของพระสังฆราชของท่าน ในช่วงระยะเวลานี้ยอห์นได้แสดงให้คนทั้งหลายเห็นว่า
ท่านเป็นนักพูดที่น่าเกรงขามยิ่ง เป็นต้นในขณะที่เมือง
อันติโอ๊กกำลังกลัวว่าจะมีความกดดันจากทางราชสำนัก
อันจะมีผลให้เกิดการจลาจลขึ้นในปี 387 ท่านจึงบอกว่า
“เพื่อจะเปลี่ยนแปลงประชาชน ขอให้มีใครคนหนึ่งที่มีใจร้อนรนจริงๆ ก็พอ”
และนี่แหละที่เป็นแบบแผนชีวิตของท่าน
ต่อมาท่านได้รับเลือกให้เป็นพระอัยกาของกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล
และทันทีท่านได้อุทิศตนเองให้กับการบริการประชาชนและพระศาสนจักร
ยอห์นเป็นคนซื่อๆ
สุภาพราบเรียบ ร่าเริง แต่ว่าแกร่งเวลาที่จะต้องสู้กับพยศชั่ว ความฟุ้งเฟ้อ
และการปล่อยตัวเหลวแหลก ท่านได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่คนจน และโรงพยาบาล
ท่านไม่ยั้งที่จะกล่าวตำหนิติเตียน
อย่างรุนแรงในความประพฤติที่เหลวแหลกของข้าราชสำนัก
อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านต้องถูกเนรเทศ
แต่ว่าประชาชนที่เคารพรักท่านได้เรียกร้องให้ท่านกลับมา
ต่อมาท่านได้ถูกเนรเทศให้ออกไปไกลกว่าเดิมอีก
นักบุญ ยอห์น
คริซอสโตมได้สิ้นใจเพราะหมดกำลังที่โคมานา บนฝั่งทะเลดำ ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ.407 ขณะที่พวกศัตรูของท่านกำลังพาท่านไปยังถิ่นเนรเทศที่โหดร้ายยิ่งขึ้น
ต่อมาภายหลังเมื่อจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นเสวยราชย์
พระองค์ได้ทรงสั่งให้นำศพของท่านกลับคืนสู่กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล
ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างมโหฬารจากประชาชน
นักบุญ ยอห์น คริซอสโตม
เป็นอาจารย์แห่งชีวิตภายในที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง
ท่านเป็นทั้งนายชุมพาบาลที่คอยเอาใจใส่ดูแลชีวิต
ทางด้านศีลธรรมของสัตบุรุษอย่างแข็งขัน และในฐานะที่ท่านเป็นนักพูด
ท่านได้รับเกียรติว่ามี “ลิ้นทอง” ผลงานเขียนของท่านมีจำนวนมากกว่าปิตาจารย์กรีกท่านอื่นๆ
ท่านได้ต่อสู้กับความชั่วในสมัยของท่าน เช่น การขาดความมั่น ใจในตัวเอง
ความหมดอาลัยตายอยาก ความเบื่อหน่ายในชีวิต ฯลฯ
นักบุญ ยอห์น คริซอสโตม
เป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ท่านแรกในจำนวน 4 ท่านของพระศาสนจักรกรีก ( อีก 3 ท่านคือ นักบุญ บาซิล นักบุญเกรกอรี่แห่งนาซีอานส์ และนักบุญอาธานาส)
นักบุญ ยอห์น คริซอสโตม
ได้รับเกียรติให้เป็น “นักปราชญ์แห่งศีลมหาสนิท”
เพราะท่านได้พูดและเขียนเรื่องศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้าไว้
เป็นจำนวนมาก บท “อนุโมทนาคุณ” ที่ใช้ชื่อของท่านเป็นบทภาวนาที่ใช้ในพิธีบูชามิสซา
ที่แพร่หลายที่สุดทางภาคตะวันออกในหมู่ชาวคาทอลิกและออร์โธดอกส์
ในหมู่ชาวสลาฟและชาวรัสเชียด้วย บท “อนุโมทนาคุณ”
นี้มีค่านิยมทางศาสนสัมพันธ์อย่างยิ่ง
ศีลมหาสนิทต้องเป็นท่อธารแห่งเอกภาพ
และความสัมพันธ์หนึ่งเดียวในหมู่ผู้ที่มีความเชื่อในพระคริสตเจ้า
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ
1. ขอพระคริสตเจ้าโปรดช่วยเหลือเรา
อย่าได้ทำการประนีประนอมกับความชั่วเลย
2. ขอให้นักบุญ
ยอห์น คริซอสโตรม ได้ช่วยสอนเราให้มีความรักทั้งหมดต่อศีลมหาสนิท
3. ขอให้ชีวิตของเราเข้าไปอยู่ในบูชามิสซา
เพื่อให้บูชามิสซานั้นได้ฟื้นฟูชีวิตของเรา
4. ข้าแต่พระเยซูเจ้า
ขอพระองค์ทรงนำคริสตชนทุกคนให้แสวงหาเอกภาพและสันติภาพสำหรับพระศาสนจักรของพระองค์
ข้อมูลอ้างอิงจาก :
http://catholic.egat.co.th/people/sep13.htm
บทอ่านที่ 1 1คร 12:12-14, 27-31ก
12 แม้ร่างกายเป็นร่างกายเดียว แต่ก็มีอวัยวะหลายส่วน อวัยวะต่างๆ เหล่านี้แม้จะมีหลายส่วนก็ร่วมเป็นร่างกายเดียวกันฉันใด พระคริสตเจ้า10 ก็ฉันนั้น 13 เดชะพระจิตเจ้าพระองค์เดียว เราทุกคนจึงได้รับการล้างมารวมเข้าเป็นร่างกายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวยิวหรือชาวกรีก ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือไทยก็ตาม เราทุกคนต่างได้รับพระจิตเจ้าพระองค์เดียวกัน 14 ร่างกายไม่ได้ประกอบด้วยอวัยวะส่วนเดียว แต่มีอวัยวะหลายส่วน
27 ท่านทั้งหลายเป็นพระกายของพระคริสตเจ้า แต่ละคนต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น 28 พระเจ้าทรงแต่งตั้งบางคนให้ทำหน้าที่ต่างๆ ในพระศาสนจักร คือ หนึ่งให้เป็นอัครสาวก สองให้เป็นประกาศก และสามให้เป็นครูอาจารย์ 11 ต่อจากนั้น คือผู้มีอำนาจทำอัศจรรย์ ผู้รักษาโรค ผู้ช่วยเหลือ12 ผู้ปกครอง13 และผู้พูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ 29 ทุกคนเป็นอัครสาวกหรือ ทุกคนเป็นประกาศกหรือ ทุกคนเป็นครูอาจารย์หรือ ทุกคนเป็นผู้ทำอัศจรรย์หรือ 30 ทุกคนบำบัดโรคได้หรือ ทุกคนพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจหรือ ทุกคนเป็นผู้ตีความอธิบายความหมายของภาษานั้นหรือ
พระพรพิเศษของพระจิตเจ้าตามลำดับความสำคัญ บทเพลงสรรเสริญความรัก
31 ท่านทั้งหลายจงพยายามแสวงหาพระพรพิเศษที่ประเสริฐยิ่งกว่านี้เถิด
พระวรสาร ลก. 7:11-17
11 หลังจากนั้นไม่นาน พระเยซูเจ้าเสด็จไปที่เมืองหนึ่งชื่อนาอิน บรรดาศิษย์และประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ไป 12 เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ประตูเมืองก็ทรงเห็นคนหามศพออกมา ผู้ตายเป็นบุตรคนเดียวของมารดาซึ่งเป็นม่าย ชาวเมืองกลุ่มใหญ่มาพร้อมกับนางด้วย 13 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นนางก็ทรงสงสารและตรัสกับนางว่า “อย่าร้องไห้ไปเลย” 14 แล้วพระองค์เสด็จเข้าไปใกล้ ทรงแตะแคร่หามศพ คนหามก็หยุด พระองค์จึงตรัสว่า “หนุ่มเอ๋ย เราบอกเจ้าว่า จงลุกขึ้นเถิด” 15 คนตายก็ลุกขึ้นนั่งและเริ่มพูด พระเยซูเจ้าจึงทรงมอบเขาให้แก่มารดา 16 ทุกคนต่างมีความกลัวและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า กล่าวว่า “ประกาศกยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นในหมู่เรา พระเจ้าได้เสด็จมาเยี่ยมประชากรของพระองค์” 17 และข่าวเรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่วแคว้นยูเดียและทั่วอาณาบริเวณนั้น
*****************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น