14 กันยายน
ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน
(The
Exaltation of the Holy Cross, feast)
*****************************************
ธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นทั้งแหล่งที่มาและคำมั่นสัญญาของชีวิตนิรันดร
และเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่สูงส่งที่แฝงไว้ถึงสิริรุ่งโรจน์ของธรรมล้ำลึกทั้งหมดนี้
ก็คือไม้กางเขน ซึ่งแขวนการไถ่ให้รอดของโลกนี้ไว้ ชัยชนะของไม้กางเขนเหนือบาปและความตายถูกรวบยอดอยู่ที่นี่
และทั้งหมดของชัยชนะ
ของความยินดีต่อชัยชนะนี่แหละที่พระศาสนจักรทำการเฉลิมฉลองวันนี้
วันฉลองนี้แต่ต้นเลยรู้กันในชื่อนี้
ซึ่งหมายถึงการยกย่องเชิดชูไม้กางเขน ยังมีนัยหมายถึง "วางไว้บนที่สูง
เพราะมีความสำคัญสูงส่ง"
"การยกขึ้น"
การฉลองนี้มีความสำคัญต่อบรรดาผู้มีความเชื่อ 4 ประการด้วยกัน กล่าวคือ
ประการแรก หมายถึง
การยกกางเขนขึ้นบนเนินเขากัลวารีโอในวันศุกร์นั้น
ซึ่งแม้ว่าจะรวมไว้ด้วยเรื่องการทนทุกข์ทรมานใหญ่หลวง และความอับอาย แต่กระนั้น
ก็เป็นการถวายบูชาด้วยความรักที่ทรงมีต่อพระบิดา และด้วยความรักที่พระบิดาทรงมีต่อมวลมนุษย์
การถูกยกตั้งขึ้นสูงเปรียบประดุจว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ไม้กางเขนเป็นเหมือนธรรมาสน์ที่ทรงเทศนา
โดยพระวาจาและพระฉบับแบบ
เป็นคำเทศนาที่สะเทือนอารมณ์มากที่สุดตลอดช่วงพระภารกิจบนแผ่นดินนี้ -
พระองค์ทรงอภัยและทรงมอบพระองค์ให้ - ทุกๆบาดแผลของพระองค์หลั่งไหลพระหรรษทานออกมา
จากด้านข้างพระวรกายทรงให้กำเนิดพระศาสนจักร
และก่อนลมหายใจสุดท้ายพระองค์ทรงมอบพระมารดาของพระองค์ให้เป็นของขวัญแก่มวลมนุษยชาติ
คือ พระแม่มารีย์ ไม้กางเขนจึงเป็นเครื่องหมายถึงชัยชนะของพระองค์โดยแท้จริง
ไม้ในแนวตั้งเชื่อมมนุษย์กับพระเจ้า
ไม้ส่วนที่พาดในแนวนอนเชื่อมมนุษย์กับมนุษย์และโดยไม่แยกออกไปจากพระเจ้า
ประการที่สอง หมายถึง
การตั้งไม้กางเขนขึ้นในวัดพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำในปี ค.ศ. 326 โดยนักบุญเฮเลนา พระมารดาแห่งพระจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้ค้นพบไม้กางเขน 3 อันบนเขากัลวารีโอ
อัศจรรย์เกิดขึ้นโดยการให้คนง่อยสัมผัสไม้กางเขนทั้งสาม ช่วยให้พิสูจน์ได้ว่า
ไม้กางเขนไหนเป็นกางเขนแท้ของพระเยซูเจ้า ต่อมา
พระนางนำกางเขนนั้นมาตั้งไว้ในพระราชวังที่กรุงโรม
ซึ่งพระนางได้เปลี่ยนให้กลายเป็นวัดแห่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ ต้องขอบคุณในความพยายามของพระนาง
พระธาตุชิ้นส่วนของไม้กางเขนนี้ได้กระจายไปอยู่ในทุกภาคส่วนของอาณาจักรคริสต์
ส่วนหนึ่งของเนื้อไม้กางเขนแท้ถูกเก็บรักษาไว้ในกรุงเยรูซาเล็ม แต่ในปี 614 ชาวเปอร์เซียมารุกราน
กษัตริย์เปอร์เซียที่ได้ชัยชนะได้นำพระธาตุไม้กางเขนแท้บรรจุในกล่องเงินไปยังอิหร่าน
พอถึงปี 629 เมื่อจักรพรรดิเฮราคลิอุสยึดเปอร์เซียได้
จึงเอาพระธาตุกลับคืนมา ทีแรกไว้ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ต่อมาไว้ที่กรุงเยรูซาเล็ม
ซึ่งที่นี่มีการตั้งขึ้นเพื่อให้มีการนมัสการอย่างเป็นทางการ
ช่วงนี้วันฉลองนี้ก็ถูกนำมารวมไว้กับพระศาสนจักรที่กรุงโรมด้วย
ประการที่สาม
หมายความว่าสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของไม้กางเขนในที่สุดแล้วคือการพิพากษาตัดสิน
พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับนิโคเดมัสว่า "...โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด
บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์
จะมีชีวิตนิรันดร" (ยน 3 : 14-15) ดุจดังเช่นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม้กางเขนได้แบ่งฝูงชนที่อยู่บนเนินเขากัลวาริโอออกเป็น
2 กลุ่ม ก็จะเป็นเช่นนั้นในวันสุดท้าย "เวลานั้น
เครื่องหมายของบุตรแห่งมนุษย์จะปรากฏบนท้องฟ้า" (มธ 24 : 30) เราทุกคนจะรู้ว่าที่สำหรับเราจะอยู่ทางขวา หรือทางซ้าย
ประการสุดท้าย
หมายถึงการที่ผู้มีความเชื่อทุก ๆ คนจะยอมรับไม้กางเขนของพระคริสต์
และการอุทิศตนต่อไม้กางเขนของพระองค์
กางเขนจะมีที่อันสมเกียรติในใจของคริสตชนทุกคน
เป็นเสมือนบ้านและสถานสำหรับสักการบูชา
ด้วยสำคัญมหากางเขนนี้เราทำก่อนเริ่มต้นกิจการต่างๆ จริงๆแล้ว เราทำอะไรก็ตาม
เราทำโดยมีส่วนร่วมแบกกางเขนของพระคริสตเจ้า
และนั่นเองจึงมีส่วนร่วมในการไถ่กู้โลกให้รอด
(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions
For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe)
พระวาจาของพระเจ้า
บทอ่านที่ 1 กดว. 21:4ข-9
4 ชาวอิสราเอลออกเดินทางจากภูเขาโฮร์มุ่งสู่ทะเลต้นกก5 เพื่อเลี่ยงแผ่นดินเอโดม แต่ขณะที่อยู่ตามทางประชากรเริ่มหมดความอดทน 5 จึงพากันบ่นว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมท่านจึงพาพวกเราออกมาจากประเทศอียิปต์ให้มาตายในถิ่นทุรกันดารนี้เล่า ที่นี่ไม่มีทั้งน้ำและอาหาร พวกเราเบื่ออาหารจืดชืดนี้เต็มทีแล้ว”
6 พระยาห์เวห์ทรงส่งงูพิษ6 มากัดประชาชน ทำให้ชาวอิสราเอลตายเป็นจำนวนมาก 7 คนทั้งปวงจึงไปหาโมเสสขอร้องว่า “พวกเราทำบาปเพราะบ่นว่าพระยาห์เวห์และบ่นว่าท่าน ขอท่านได้ทูลพระยาห์เวห์ให้ทรงขจัดงูพิษเหล่านี้ออกไปเสียเถิด” โมเสสจึงอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อประชากร 8 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า “จงทำงูโลหะติดไว้บนเสา ผู้ที่ถูกงูกัดและมองดูงูโลหะนั้น จะรอดชีวิต” 9 โมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นติดไว้ที่เสา ผู้ที่ถูกงูกัด และมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้นก็รอดชีวิต
**
พระวรสาร ยน. 3:13-17
13 ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์8 นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น
14 โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใดบุตรแห่งมนุษย์9 ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น
15 เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์10 จะมีชีวิตนิรันดร 16 พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร 17 เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลกแต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น
************************************************








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น